การทำคราฟเบียร์ สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับเบียร์แฮนด์เมด

การทำคราฟเบียร์

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการทำคราฟเบียร์นั้นมีมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว ผลิตด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมจากวัตถุดิบท้องถิ่น ทำให้เบียร์ในแต่ละภูมิประเทศนั้นมีความแตกต่างกันทั้งกลิ่น สี และรสชาติ จนเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ประเทศต่าง ๆ นิยมผลิตและดื่มเบียร์กันมากขึ้น โดยประเทศที่ถือว่ามีการดื่มเบียร์กันมากที่สุดในโลกคือ ประเทศเยอรมนี จากสถิติการดื่มเบียร์เฉลี่ยคนละ 160 ลิตรต่อปี แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะระดับแอลกอฮอล์นั้นสูงไม่เกิน 5% และด้วยเสน่ห์ของเบียร์คราฟที่มีกลิ่น สี และรสชาติที่หลากหลายจึงทำให้หลายคนหันมาเลือกดื่มกันมากขึ้น วันนี้จึงจะพาไปรู้จักคราฟเบียร์กัน

5 ขั้นตอนการทำคราฟเบียร์ ที่มือใหม่ก็หัดทำได้

  1. บ่ม ขั้นตอนแรกในการทำคราฟเบียร์คือบดเมล็ดมอลต์ให้ละเอียดแล้วนำไปต้มในน้ำเพื่อเปลี่ยนจากแป้งให้กลายเป็นน้ำตาลจนได้น้ำเวอร์ท (wert) หรือสังเกตน้ำที่มีลักษณะเหลว
  2. ต้ม นำน้ำเวอร์ทมาต้มต่อให้เดือดจากนั้นเติมฮ็อปส์ลงไปในสูตรที่ต้องการ
  3. ตกตะกอน คนเพื่อไม่ให้มอลต์จับตัวกันเป็นก้อน และทำให้เกิดการตกตะกอน
  4. หมัก ลดอุณหภูมิน้ำลงโดยการแช่เย็นจากนั้นเติมยีสต์ลงไปในน้ำเวอร์ท แล้วนำใส่ถังหมักเบียร์ไว้ประมาณ 7 – 14 วัน เพื่อให้ยีสต์เริ่มเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และหยุดการทำงานของยีสต์ด้วยการลดอุณหภูมิเพื่อให้ยีสต์ตกลงก้นถัง จากนั้นจะนำมาบ่มต่อประมาณ 10 วัน เพื่อให้เบียร์มีรสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น กรองยีสต์และตะกอนแขวนลอยต่าง ๆ ออกเพื่อให้เบียร์ใส
  5. บรรจุลงภาชนะ ควรฆ่าเชื้อภาชนะก่อนบรรจุเพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือเชื้อแบคทีเรีย จากนั้นบรรจุเบียร์ลงภาชนะแล้วปิดฝาให้แน่นและหมักต่อในขวดประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ในอุณหภูมิห้อง

ความแตกต่างของการทำคราฟเบียร์และเบียร์ทั่วไป

  • คราฟเบียร์เป็นการทำเบียร์แบบแฮนด์เมด การทำคราฟเบียร์จะใช้วิธีการทำแบบแฮนด์เมด คือการต้ม หมัก และบ่มด้วยมือทุกขั้นตอน เป็นการผลิตที่พิถีพิถัน
  • ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติทั้งหมด เพื่อให้ได้รสชาติ กลิ่น และสีที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม
  • ปราศจากสารวัตถุสังเคราะห์ การทำคราฟเบียร์จะไม่ใส่วัตถุสังเคราะห์ในการแต่งกลิ่น รสชาติ หรือสี
  • มีรสชาติที่หลากหลาย เนื่องจากเป็นเบียร์แฮนด์เมดจึงมีรสชาติที่หลากหลายเพราะสามารถปรุงแต่งรสชาติได้ตามความต้องการจากวัตถุดิบต่าง ๆ รวมถึงกระบวนการหมักและบ่มที่มีผลต่อกลิ่น สี และรสชาติของเบียร์ด้วย

การทำคราฟเบียร์เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้ได้ลิ้มลองรสชาติของเบียร์จากธรรมชาติ สามารถเติมแต่งกลิ่นและรสชาติที่ชอบเข้าไปเพิ่มได้ในสไตล์ของตัวเอง ทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ลิ้มลอง แถมยังมีการคิดค้นสูตรใหม่ ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอจึงเป็นเบียร์ที่ไม่ได้มีรสชาติตายตัว สร้างความสนุกให้ทั้งผู้ที่ได้ทำและผู้ที่ได้ชิม หากใครสนใจสามารถไปเรียนทำเบียร์และหาซื้ออุปกรณ์มาลองทำเบียร์เองที่บ้านได้